Showing posts with label เบเกอรี่. Show all posts
Showing posts with label เบเกอรี่. Show all posts

Tuesday, January 25, 2011

ขนมปังไส้หมูหยอง


แป้งสาลี 1000 กรัม
เนย 80 กรัม
นมผง 1/3 ถ้วยตวง
เอ็มเพล็กซ์ 2 ช้อนชา
ยีสต์ 4 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 120 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำ 2 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. เทแป้งใส่อ่างผสม ใส่เนย นมผงและเอ็มเพล็กซ์ นวดให้เข้ากัน
2. ใส่เกลือ น้ำตาลทราย ยีสต์ และไข่ไก่ นวดให้เข้ากัน
3. ค่อย ๆ เทน้ำลงไป นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียวขณะที่นวดแป้งควรใส่น้ำมันพืชลงไปพอประมาณ เพราะเวลานวดแป้งจะไม่เหนียวติดมือ
4. เมื่อแป้งได้ที่ ให้นำออกแผ่ในกะละมัง ใช้ฝ่ามือไล้แป้งไปมาให้หน้าแป้งเรียบ จากนั้นคลึงแป้ง
ให้เป็นก้อนกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว
5. วางในถาดทาเนยขาว คลุมแป้งด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ให้แป้งขึ้นประมาณ 45 นาที
6. ตบแป้งที่พองตัวให้เป็นรูปกลมแบน ตักไส้ใส่ลงไปตรงกลาง แล้วห่อแป้งปิดไส้ให้เรียบร้อย นำไปใส่ในพิมพ์อลูมิเนียมที่ทาเนยขาวให้ทั่วค่อนข้างหนา
7. แล้วนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที
8. เมื่อขนมปังสุกจะพองตัวขึ้นอีก 2 เท่า แกะขนมปังออกจากพิมพ์ ทาผิวขนมปังด้วยเนย
อีกครั้ง เพื่อให้ผิวสวย

ไส้หมูหยอง
หมูหยอง 5 ถ้วย
น้ำพริกเผา เล็กน้อย

ขนมปังไส้ไก่



แป้งสาลี 1000 กรัม เนย 80 กรัม
นมผง 1/3 ถ้วยตวง เอ็มเพล็กซ์ 2 ช้อนชา
ยีสต์ 4 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 120 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำ 2 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. เทแป้งใส่อ่างผสม ใส่เนย นมผงและเอ็มเพล็กซ์ นวดให้เข้ากัน
2. ใส่เกลือ น้ำตาลทราย ยีสต์ และไข่ไก่ นวดให้เข้ากัน
3. ค่อย ๆ เทน้ำลงไป นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียวขณะที่นวดแป้งควรใส่น้ำมันพืชลงไปพอประมาณ เพราะเวลานวดแป้งจะไม่เหนียวติดมือ
4. เมื่อแป้งได้ที่ ให้นำออกแผ่ในกะละมัง ใช้ฝ่ามือไล้แป้งไปมาให้หน้าแป้งเรียบ จากนั้นคลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว
5. วางในถาดทาเนยขาว คลุมแป้งด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ให้แป้งขึ้นประมาณ 45 นาที
6. ตบแป้งที่พองตัวให้เป็นรูปกลมแบน ตักไส้ใส่ลงไปตรงกลาง แล้วห่อแป้งปิดไส้ให้เรียบร้อย นำไปใส่ในพิมพ์อลูมิเนียมที่ทาเนยขาวให้ทั่วค่อนข้างหนา
7. แล้วนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที
8. เมื่อขนมปังสุกจะพองตัวขึ้นอีก 2 เท่า แกะขนมปังออกจากพิมพ์ ทาผิวขนมปังด้วยเนย อีกครั้ง เพื่อให้ผิวสวย

ไส้ไก่
เนื้อไก่ต้มสุกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1 ถ้วยตวง มันฝรั่งหรือมันเทศหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1 ถ้วยตวง
ซอสปรุงรส 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอประมาณ
2. ผัดหอมหัวใหญ่จนหอม
3. ใส่เนื้อไก่และมันฝรั่ง ผัดจนสุก
4. ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เหลือ
5. ผัดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน

ขนมปังไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ต


แป้งสาลีทำขนมปัง 800 กรัม
แป้งสาลีทำเค้ก 200 กรัม
นมผง 40 กรัม
น้ำตาลทราย 180 กรัม
ยีสต์แห้งสำเร็จรูป 15 กรัม
เกลือป่น 15 กรัม
สารเสริมคุณภาพโดบริม 10 กรัม
ไข่ไก่ 2 กรัม
น้ำเย็น (ประมาณ) 400 - 450 กรัม
มาร์การีน 160 กรัม
สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตผัดผงกะหรี่)
ไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตหั่นชิ้นเล็ก 500 กรัม
หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นเล็ก 1 หัว
แครอทหั่นชิ้นเล็กเมล็ดถั่วลันเตา และข้าวโพดน้ำหนักรวม 200 กรัม
ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโตะ
นมข้นจืด 125 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม
มาร์การีนสำหรับผัด
วิธีทำ
- นวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนแป้งเนียน นานประมาณ 10 - 15 นาที แบ่งก้อนโดน้ำหนัก 50 กรัม คลึงให้เป็นก้อนกลม
- รีดโดออกเป็นแผ่นบาง ตักส่วนผสมไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตผัดผงกะหรี่ลงในแป้ง แล้วห่อไส้ให้มิดวางลงในพิมพ์ที่ทาด้วยเนยขาว หมักขนมปังจนขึ้นเป็น 2 เท่า นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 - 375 องศาฟาเรนไฮด์จนกระทั่งสุก

วิธีทำ (ไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตผัดผงกะหรี่)
- ผัดหอมหัวใหญ่ กับมาร์การีนจนสุกหอม เติมไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ต พร้อมส่วนผสมที่เหลือ และเครื่องปรุงรสทั้งหมด ผัดจนสุกจึงยกลงเตรียมไว้ สำหรับเป็นไส้ขนมปัง

Wednesday, January 19, 2011

ขนมปังซุกกินี


-เนย 1 ช้อนโต๊ะ
-ไข่ไก่ 3 ฟอง
-น้ำมันพืช 3/4 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 1.5 ถ้วยตวง
-น้ำวานิลลา 1 ช้อนชา
-เนื้อผักซูกินีขูดแล้ว 2 ถ้วยตวง
-เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 ถ้วยตวง
-แป้งสาลีที่ยังไม่ได้ขัดให้ขาว 2.5 ถ้วยตวง
-ผงฟูโซดา 2 ช้อนชา
-ผงฟู 1 ช้อนชา
-เกลือ 1 ช้อนชา
-อบเชยป่น 1 ช้อนชา
-กานพูลป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1.เปิดเตาอบไว้ก่อนให้ร้อน 175 องศาเซลเซียส
2.นำเนย 1 ช้อนโต๊ะ ทาด้านในของถาดอบขนมปังที่มีขนาด 9 x 5 นิ้ว
3.ตีไข่ น้ำมันพืช น้ำตาล และวานิลลาให้เข้ากันจนเป็นน้ำข้น ๆ แล้วค่อยผสมเนื้อซูกินี
ที่ขูดแล้วลงไป
4.ร่อนส่วนผสมแห้งนั่นคือ แป้งสาลีที่ยังไม่มีการฟอกสี ผงฟูโซดา ผงฟู เกลือ อบเชยป่นและ กานพลูป่น
ร่อนเข้าด้วยกันในภาชนะใหญ่ ๆ สำหรับผสม
5.เทส่วนผสมที่เป็นน้ำลงไปในส่วนผสมแห้งผสมพอให้เข้ากัน ไม่ต้องเข้ากันมาก และใส่
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปคนให้เข้ากัน
6.เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถาดขนมปังที่ได้เตรียมไว้แล้ว
7.นำถาดไปอบในเตาอบชั้นล่าง 1 - 1 1/2 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งสุก (เมื่อเอาไม้จิ้มลงไป
ตรงกลางขนมปังดึงออกมาจะสะอาด และไม่มีแป้งเปียก ๆ ติดอยู่)
8.เมื่อสุกพักให้เย็น และเคาะออกจากถาด และผึ่งให้เย็นสนิทถึงจะห่อเก็บ
9.ทิ้งไว้ค้างคืนด้วยการห่อจะอร่อยมากขึ้น

(สูตรจากหมึกแดงค่ะ)

Wednesday, January 12, 2011

Tiramisu


ทิรามิสุ (tiramisu) ขนมหวานสัญชาติอิตาเลียน กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา ด้วยเนื้อขนมนุ่มเบาและรสเฉพาะตัวของชีสมาสคาโปเน่(Mascapone)กับวิปปิ้งครีมตัดกับรสเข้มของขนมปังเลดี้ฟิงเกอร์(Lady finger)ที่ชุ่มด้วยกาแฟดำ อร่อยอย่างลงตัวพอดิบพอดี
ส่วนผสมเนื้อครีม
• ไข่ 3 ฟอง
• วิปปิ้งครีม(Whipping cream) 1 1/4 ถ้วย
• หรือเฟรชครีม (Fresh cream)
• ชีสมาสคาโปเน่(mascapone cheese) 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมชั้นกาแฟ
• ขนมปังเลดี้ฟิงเกอร์(Lady finger) 10 ชิ้น
• กาแฟดำ 2 ถ้วยตวง
• ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
1. ผสมครีมกับชีสมาสคาโปเน่แล้วตีให้ขึ้นฟู(ความเร็วปานกลางจนตั้งยอด) แช่เย็นไว้จนเย็นจัด
2. แยกไข่ขาวกับไข่แดง ผสมน้ำตาลทรายกับไข่แดงตีรวมกันจนเป็นครีมข้น แช่เย็นไว้
3. ตีไข่ขาวจนกระทั่งฟูตั้งยอด
4. นำส่วนผสมของชีส ไข่แดง และไข่ขาวที่แช่เย็นจัดมาเคล้ารวมกันเบาๆ จากนั้นนำไปแช่เย็นอีกครั้งประมาณ 30 นาที
5. นำขนมปังเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มในกาแฟดำให้ชุ่ม จัดใส่ในแก้วที่ชอบแล้วราดทับด้วยครีม สลับชั้นกันจนเต็มแก้ว โรยหน้าด้วยผงโกโก้
H&C Tips
- ไข่ควรใช้ไข่สดใหม่ เพราะเมื่อตีแล้วจะขึ้นฟู
- กาแฟดำควรชงให้มีรสขมกว่าปกติเล็กน้อย เพราะจะตัดรสกับครีมได้ดียิ่งขึ้น
- ควรเสิร์ฟขณะที่เย็นจัด และอาจเสิร์ฟคู่กับขนมปังหรือผลไม้สด เช่น สตรอเบอรี่ ก็ได้

Sunny cake


ของหวานที่จะช่วยคลายร้อนในเดือนที่ร้อนที่สุด ซันนี่เค้ก เค้กเนื้อนุ่ม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน สีสันสดใส เสิร์ฟแบบเย็นเจี๊ยบอร่อยถึงใจ เค้กนี้มีโยเกิร์ตเป็นส่วนผสมหลัก หวานมันด้วยครีมชีส เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมด้วยส้มรสเปรี้ยว โรยหน้าด้วยผิวส้มอบกลิ่นสดชื่น
ส่วนผสม
• ครีมชีส 150 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• ไข่แดง 2 ฟอง
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 250 กรัม
• น้ำส้ม 30 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ)
• น้ำมะนาว 15 กรัม( 1 ช้อนโต๊ะ)
• แผ่นเจลาติน 4 แผ่น
• วิปปิ้งครีม 200 กรัม
• ส้มตกแต่งหน้า
• เค้กสปันสไลซ์บางประมาณ 1/2 เซนติเมตร
วิธีทำ
1. ใช้ฟิล์มใส(ใช้ห่ออาหาร)รองก้นพิมพ์กลมขนาด 2 ปอนด์ หั่นเนื้อส้มเป็นแว่นเรียงไว้ที่ก้นพิมพ์(ส่วนนี้ใช้ตกแต่งหน้าเค้ก) แล้วแช่เย็นในช่องแข็งไว้
2. นำครีมชีส น้ำตาลและไข่แดง ตีรวมกันจนเนื้อครีมเนียน
3. เติมโยเกิร์ตและน้ำส้ม น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน พักไว้
4. แช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็นจนนิ่ม แบ่งวิปปิ้งครีมเล็กน้อยมาตั้งไฟให้อุ่น ใส่แผ่นเจลาตินลงคนให้ละลาย แล้วเทลงในส่วนผสมครีม เติมวิปปิ้งครีมที่เหลือให้หมด ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน
5. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เรียงส้มไว้ประมาณครึ่งหนึ่งของพิมพ์ ปาดให้เรียบแล้ววางเค้กสปัน จากนั้นจึงเทครีมที่เหลือจนหมด แล้ววางเค้กสปันทับอีกครั้ง นำไปแช่เย็นไว้ในช่องแข็งประมาณ 2 ชม.
6. แซะขอบพิมพ์ให้ทั่ว แล้วคว่ำพิมพ์ลงบนถาด เคาะพิมพ์เบาๆให้เค้กหลุดออกจากพิมพ์ จะได้เค้กหน้าส้มสวยงาม
สูตรเค้กสปัน
• แป้งเค้ก 3/4 ถ้วย
• ผงฟู 2 ช้อนชา
• เกลือ 1/4 ช้อนชา
• นมผง 3 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ไก่ทั้งฟอง 6 ฟอง
• เอสพี 1 ช้อนโต๊ะ
• กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
• เนยสดชนิดจืดละลาย 110 กรัม
วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง เกลือ ผงฟู นมผงรวมกัน พักไว้ จากนั้นตีไข่ไก่กับเอสพีจนขึ้นฟู แล้วค่อยๆใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ทีละน้อยจนหมด ตีให้เข้ากัน ใส่เนยละลาย กลิ่นวานิลา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน
2. เทส่วนผสมใส่พิมพ์กลมขนาด 2 ปอนด์ (ทาเนยขาวให้ทั่วพิมพ์ โรยแป้งให้ทั่วแล้วเคาะออก) นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 15-20 นาที
3. นำออกจากเตา พักให้เย็นบนตะแกรง ใช้มีดปลายแหลมแซะรอบพิมพ์แล้วคว่ำพิมพ์ จากนั้นใช้มีดแบบเลื่อย สไลซ์เค้กให้เป็นแผ่นบางประมาณ 1/2 เซนติเมตร
H&C Tip
- ส้มที่ใช้ควรเป็นส้มซันคีสท์ สีเหลืองสวย รสเปรี้ยวอร่อย ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนเป็นผลไม้อื่นก็ได้ เช่น สตรอเบอรี่ กีวี เป็นต้น
- สามารถใช้เค้กเนยแทนเค้กสปันได้ ปัจจุบันเค้กเนยมีขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
- เอสพี คือ สารที่ช่วยให้เนื้อเค้กขึ้นฟูมากขึ้น หาซื้อได้ที่ร้านเบเกอรี่ทั่วไป

Strawberry Blast with Chocolate Crunch


ช็อกโกแลตนั้นจัดเป็นขนมวิเศษ มีทั้งสารคาเฟอีนแฝงอยู่นิดหน่อยพอให้กระปรี้กระเปร่า และมีสารแห่งความสุข "เอ็นดอร์ฟิน" ที่ช่วยให้อารมณ์ดี และล่าสุดพบว่าช็อกโกแลตช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย วาเลนไทน์นี้ลองทำขนมแสนอร่อยเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ จากฝีมือคุณเอง รับรองว่าผู้รับต้องประทับใจแน่นอนค่ะ
ส่วนผสม
• นมสด 4 ออนซ์
• สตรอเบอร์รี่สด 4 ลูก
• น้ำเชื่อมรสสตรอเบอร์รี่ (Torrani) 2 ออนซ์
• ช็อกโกแลตชิพ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นช็อกโกแลตชิพใส่ในโถปั่น แล้วปั่นให้เนียนละเอียด
2. ใส่ช็อกโกแลตลงปั่นแค่หยาบๆ
3. เทใส่แก้วตกแต่งด้วย สตรอเบอร์รี่ชุบช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลตชิพให้สวยงาม

Tuesday, December 28, 2010

เฟรนช์โทส กลิ่นส้ม


ขนมปังเก่าที่เเห้งเเละเเข็งอย่าเพิ่งทิ้งไป เพราะยังสามารถนำมาทำเป็นของว่างอร่อยๆ อย่าง "เฟรชน์โทส กลิ่นส้ม" ที่เหลืองกรอบชวนรับประทาน ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ลอุ่นๆ เวลารับประทานจะรู้สึกว่าเนื้อขนมปังนั้นมีคัสตาร์ดเเทรกอยู่ตามรูพรุนของขนมปัง
ส่วนผสม
• ขนมปังหัวกระโหลก หั่นเป็นเเผ่นหนา 1นิ้ว 12-15 เเผ่น
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• นมสด 2 ถ้วย
• ครีมสดเเบบวิปปิ้งครีม 1/3 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
• ผิวส้มซันคิสขูดหรือสับละเอียด 1/2 ช้อนชา
• กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
• เนย สำหรับทอด 3-4 ช้อนโต๊ะ
• ไอซิ่งเพื่อโรยหน้า
• น้ำเชื่อมเมเปิลปริมาณตามความต้องการของเเขกเเต่ละคน
วิธีทำ
1. ตีไข่ไก่พอเเตก ผสมนมสด ครีม น้ำตาลทราย ผิวส้มเเละกลิ่นวานิลาเข้าด้วยกันเป็นเนื้อเดียว
2. ชุบขนมปังลงในส่วนผสมของไข่ให้ทั่งถึงทั้งสองด้าน วางเรียงในถาด พักไว้ 10 นาทีเพื่อให้ไข่ชุ่มในเนื้อของขนมปังชุ่มไข่
3. ตั้งกระทะเคลือบเทฟล่อนให้ร้อนจัดที่ไฟกลาง ใส่เนยลงไปทีละ 1/4 ช้อนชา เมื่อเนยละลายเป็นฟองเเล้ว ค่อยๆวางขนมปังลงไปในกระทะ ทอดด้านละ 3-5 นาทีหรือจนกว่าด้านนั้นจะกรอบเป็นสีเหลืองทอง เเล้วจึงกลับทอดอีกด้านให้สีสวยเท่ากัน เเล้วจึงตักขึ้นพักบนตะเเกรง
H&C Tip
เฟรนช์โทสสามารถทำไว้ทีละมากๆเเล้วนำมาอุ่นในเตาอบที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร้อนก่อนเสิร์พร้อมกับน้ำเชื่อมเมเปิลที่อุ่นๆ

เค้กครีมชีสส้ม


ภาพแทนของจริงจาก ReE Thank to ReE

สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับการทำเค้ก)
แป้งสาลีทำเค้ก 200 กรัม แป้งข้าวโพด 20 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา วานิลลาชนิดผง 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 220 กรัม
ไข่ไก่แช่เย็น 7 ฟอง โอวาเล็ต 20 กรัม
น้ำเย็น 50 กรัม นมข้นจืด 50 กรัม
เนยสดชนิดเค็มละลาย 100 กรัม
ถาดสำหรับอบขนาด 11*15*1 นิ้ว จำนวน 2 ถาด(ทาเนยขาว รองกระดาษและทาเนยขาวทับ), ส่วนผสมครีมชีสส้ม, ส่วนผสมวุ้นส้ม} ส้มในน้ำเชื่อม, เชอร์รี่แดงในน้ำเชื่อม,ช็อกโกแลตแข็ง, วิปปิ้งครีมตีที่ตีขึ้นฟูและใบสะระแหน่ สำหรับแต่ง

วิธีทำ
- ร่อนแป้งสาลีทำเค้กกับแป้งข้าวโพด ผงฟู วานิลลาชนิดผงและเกลือป่นเข้าด้วยกันเติมน้ำตาลทราย ใช้พายยางคนผสมให้เข้ากัน พักไว้
- ผสมไข่กับกับส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้เข้าด้วยกัน ใช้พายยางคนผสมพอเข้ากัน เติมโอวาเล็ตตีผสมด้วยหัวตีรูปตะกร้อ ใช้ความเร็วต่ำ นานประมาณ 1 นาที เพิ่มความเร็วสูงสุด นานประมาณ2 นาที เติมน้ำเย็น ตีผสมต่อนานประมาณ 2 นาที ลดความเร็วต่ำ ตีพอเข้ากัน นานประมาณ 30วินาที
- เทส่วนผสมเค้กใส่ลงในถาดที่เตรียมไว้ น้ำหนักเค้กถาดละ 500 กรัม นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ400-420 องศาฟาเรนไฮท์ นานประมาณ 8-10 นาที หรือจนกระทั่งสุก จึงนำออกจากเตาพักไว้ให้เย็นสนิท
- สไลซ์เค้กที่อบสุกแล้วออกเป็นสองชิ้น กดเค้กส่วนที่ 1 ด้วยพิมพ์วงแหวนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว เทส่วนผสมครีมชีสส้มลงบนเค้กประมาณ 3/4 ของพิมพ์ นำเข้าตู้เย็นจนครีมชีสส้มอยู่ตัว จึงนำออกมาเรียงกลีบส้มในน้ำเชื่อมให้สวยงาม เคลือบหน้าด้วยส่วนผสมวุ้นส้ม พักไว้จนกระทั่งวุ้นส้มอยู่ตัว นำเข้าตู้เย็นจนถึงเวลารับประทาน (ทำวิธีเดิมกับเค้กชิ้นที่ 2)
- เวลาเสิร์ฟ หั่นเค้กครีมชีสส้มเป็นชิ้น จัดใส่จาน บีบวิปปิ้งครีม แต่งด้วยส้มในน้ำเชื่อมเชอร์รี่แดงในน้ำเชื่อม ช็อกโกแลตแข็งและใบสะระแหน่ให้สวยงาม

ครีมชีสส้ม
สิ่งที่ต้องเตรียม
เจลาตินชนิดผง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำร้อน 50 กรัม
ครีมชีส 250 กรัม น้ำตาลทราย 120 กรัม
น้ำส้มเข้มข้นชนิดชงดื่ม 50 กรัม สีผสมอาหารสีส้ม 1/8 ช้อนชา
ส้มซันคิสต์แกะเฉพาะเนื้อ 100 กรัม มารีน่าวิปปิ้งครีมตีขึ้นฟู 250 กรัม

วิธีทำ
- ละลายเจลาตินกับน้ำร้อนเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
- ตีผสมครีมชีสกับน้ำตาลทรายด้วยหัวตีรูปใบไม้ ใช้ความเร็วปานกลาง นานประมาณ 5 นาทีเติมน้ำส้มเข้มข้นชนิดชงดื่ม สีผสมอาหารสีส้มและเจลาตินที่ละลายน้ำร้อนเตรียมไว้ ตีผสมจนเข้ากันดี
- ผสมส่วนผสมที่ได้กับส้มซันคิสต์และมารีน่าวิปปิ้งครีม คนผสมตะล่อมเบาๆ มือ ด้วยพายยางจนเข้ากันดี เตรียมไว้

วุ้นส้ม
สิ่งที่ต้องเตรียม
ผงวุ้นสำหรับทำขนม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ 500 กรัม
เจลาติน 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำส้มเข้มข้นชนิดชงดื่ม 50 กรัม
วิธีทำ
- ต้มส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเดือดทั่วดี ยกลง พักไว้พออุ่น เตรียมไว้สำหรับเคลือบหน้า

เครปซูเซทท์


เครปสูตรนี้เป็นแบบเนื้อบางนุ่ม จุดเด่นอยู่ที่การแช่แผ่นเครปในซอสส้มที่หอมสดชื่นจนชุ่มทั้งแผ่น ถ้ายิ่งกินร้อนๆ คู่กับไอศครีมวานิลาจะยิ่งอร่อยมากขึ้น
ส่วนผสมแป้งเครป
• ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดรสจืด 2/3 ถ้วย
• แป้งเค้ก 1/2 ถ้วย เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ
• ผิวส้มซันคีสท์ขูดเล็กน้อย
วิธีทำ
1. ตีไข่ไก่กับนมสดให้เข้ากันดี ค่อยๆใส่แป้งคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเติมเนยละลายและผิวส้มขูด คนเข้ากัน
2. ตั้งกระทะให้ร้อน ทาเนยละลายบางๆ ตักส่วนผสมแป้งเครปด้วยทัพพีกะปริมาณให้ได้ประมาณ 4 ช้อนโต๊ะเทลงกลางกระทะ กลอกเร็วๆให้เป็นแผ่นกลมบาง เมื่อแป้งสุกตึงจึงเขย่ากระทะให้แผ่นแป้งร่อน กลับด้านแล้วทอดต่อให้สุก ตักขึ้นพักไว้
ส่วนผสมซอสซูเซทท์
• น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง น้ำส้มซันคีสท์คั้นสด 1 ลูก( 2/3 ถ้วย)
• น้ำมะนาว 1 ลูก ผิวส้มซันคีสท์หั่นเป็นเส้นยาว 1 ลูก
• เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ เหล้า Grand Marnier หรือ Rum 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ละลายน้ำตาลในกระทะให้เป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เติมน้ำส้ม น้ำมะนาวและผิวส้ม คนให้เข้ากัน แล้วเคี่ยวต่อให้พอข้นเหนียวขึ้น ปิดไฟ เติมเนยละลายและเหล้า คนเข้ากัน
2. ใส่แผ่นเครปที่ทอดเตรียมไว้ลงแช่จนชุ่ม ตักขึ้นพับเป็นครึ่งวงกลม แล้วพับครึ่งอีกครั้งให้เป็น 1/4 ของวงกลม ใส่จานไว้เทซอสที่เหลือราดบนแผ่นเครป เสิร์ฟขณะร้อนๆคู่กับไอศครีมวานิลาจะอร่อยยิ่งขึ้น
Tips
- การเทแป้งลงกระทะควรจะเทครั้งเดียวให้หมด แล้วกลอกเร็วๆให้เป็นแผ่นบางกลมเต็มกระทะพอดี
- ปริมาณแป้งที่ใช้ต่อเครปหนึ่งแผ่นในสูตรนี้ จะพอดีกับกระทะเทฟล่อนก้นแบนขนาด 8 นิ้ว แต่ถ้าเปลี่ยนขนาดกระทะจะต้องกะปริมาณแป้งใหม่ให้ได้แผ่นแป้งบางและกลมเต็มกระทะเหมือนเดิม

Mexican Bun


Mexican Bun (18 ชิ้น) เวลาเตรียม 90 นาที เวลาปรุง 15 นาที
ขนมปังบันสไตล์เม็กซิกัน กลิ่นหอมจากครีมราดหน้ารสกาแฟบวกกับเนื้อขนมปังแสนนุ่ม ทำให้โด่งดังแทบฉุดไม่อยู่ แต่เพราะมีส่วนผสมของเนยมากจะทำให้เลี่ยน ต้องกินกับกาแฟรสเข้มอย่างเอสเพรสโซ่ หรือถ้าใครชอบแบบนุ่มหน่อยก็แนะนำเป็น Machiato สักแก้วละกัน

ส่วนผสมไส้
• เนยสดชนิดเค็ม 1 1/4 ถ้วย (200 กรัม)
• กลิ่นวานิลา 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1/3 ถ้วย (50 กรัม)
• น้ำตาลทรายแดงร่อน 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
ส่วนผสมหน้า
• เนยสดชนิดจืด 1 1/4 ถ้วย (200 กรัม)
• น้ำตาลไอซิ่ง 3/4 ถ้วย (160 กรัม)
• ไข่ไก่ตีเข้ากัน 3 ฟอง
• กาแฟสำเร็จรูป(Instant coffee) 3 ช้อนโต๊ะ
• ผงอบเชย 1/4 ช้อนชา
• แป้งอเนกประสงค์ร่อน 2 ถ้วย (150 กรัม)
ส่วนผสมบัน
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 5 3/4 ถ้วย (500 กรัม)
• น้ำตาลทรายป่น 1/2 ถ้วย (80 กรัม)
• เกลือป่น 1 ช้อนชา (6 กรัม)
• ยีสต์ผงสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะพูน (8 กรัม)
• ไข่ไก่ตีเข้ากัน 1 ฟอง
• นมสดชนิดจืด 1 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ (270 กรัม)
• เนยสดชนิดจืด 1/2 ถ้วย (60 กรัม)
วิธีทำ
1. เตรียมส่วนไส้ โดยตีเนยให้ขึ้นฟู ใส่กลิ่นวานิลาและน้ำตาลทรายแดง ผสมให้เข้ากัน แช่เย็นไว้ให้แข็ง
2. ผสมส่วนหน้าโดยตีเนยกับน้ำตาลไอซิ่งจนฟูเบา ใส่ไข่ กาแฟและผงอบเชย ตีให้เข้ากัน เติมแป้งลงผสมให้เข้ากันดี คลุมด้วยพลาสติกห่ออาหารเก็บเข้าตู้เย็นไว้
3. นำส่วนไส้ออกมาตักแบ่งเป็นก้อน ก้อนละ 15 กรัม นำกลับไปแช่เย็นไว้
4. ทำส่วนบัน โดยเริ่มจากแช่ยีสต์ในนมสดไว้ประมาณ 5 นาที ผสมแป้ง น้ำตาลทราย เกลือและไข่เข้ากัน แล้วค่อยๆเทส่วนผสมนม นวดให้เข้ากันประมาณ 5 นาที จากนั้นใส่เนยลงไปแล้วนวดต่ออีกประมาณ 5 นาที จนก้อนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ
5. แบ่งก้อนแป้งเป็นก้อนละ 50 กรัม คลึงให้เนียนกลม พักไว้ 10 นาที และใช้ผ้าขาวบางหมาดๆคลุมหน้าไว้
6. เมื่อครบเวลาใช้มือกดก้อนแป้งให้แบนเพื่อไล่อากาศ และวางไส้ที่เตรียมไว้ตรงกลาง รวบปิดแผ่นแป้งให้มิด
7. วางเรียงบนถาดอบที่ปูรองด้วยกระดาษไข โดยเรียงให้ห่างกัน 8 เซนติเมตร แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ 45 นาที เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
8. เมื่อพักจนครบเวลา ให้ตักส่วนผสมหน้าที่แช่เย็นไว้ใส่ถุงบีบ บีบลงบนหน้าขนมโดยขดเป็นเกลียวก้นหอย นำเข้าอบ 10 – 13 นาที หรือจนขนมเป็นสีน้ำตาลหอม นำออกจากเตา เสิร์ฟได้ขณะร้อนๆ

Tuesday, September 14, 2010

Mango and orange sherbet


เชอร์เบทผลไม้ไทย รสหวานอมเปรี้ยวถ้วยนี้ เป็นสูตรง่ายๆที่ไม่ต้องใช้เครื่องทำไอศครีม แต่ใช้ไข่ขาวตีให้ขึ้นฟูแทนเท่านั้น ก็จะได้เชอร์เบทผลไม้โฮมเมดไว้กินที่บ้านอย่างเปรมปรีด์
ส่วนผสม
• มะม่วงน้ำดอกไม้สุกผลใหญ่ 2 ผล (จะใช้ชนิดอื่นก็ได้ตามชอบ แต่ควรมีรสหวาน)
• น้ำส้มซันคิส 1 ผล
• น้ำมะนาว(ไม่ใส่ก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ขาว 1 ฟอง
• น้ำตาลทรายบดละเอียด 1/2 ถ้วย
• น้ำสะอาด 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
1. ทำน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลทรายกับน้ำสะอาดเข้าด้วยกัน นำไปตั้งไฟอ่อนคนให้น้ำตาลละลายจนหมด พักไว้ให้เย็น
2. ปอกเปลือกมะม่วงหั่นมะม่วงให้เป็นชิ้นเล็ก เสร็จแล้วนำไปปั่นรวมกับน้ำส้ม น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมจนเนื้อเนียนละเอียด แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งนานประมาณ 2 ชั่วโมงหรือให้แข็งประมาณ 50 %
3. ใช้หัวตระกร้อตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู แล้วนำไปผสมกับเนื้อมะม่วงกับส้มที่แช่แข็งไว้ จากนั้นตีด้วยสปีดสูงให้เข้ากันอีกครั้ง(ไม่ต้องนานมากเพราะถ้าจะคืนตัว) เสร็จแล้วนำไปแช่ในช่องแข็งจนเย็นจัด แล้วจึงตักเสิร์ฟ

Saturday, August 14, 2010

Delicious Chocolate Whip Cream Cake


แป้งสาลีทำเค้ก 250 กรัม
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
โกโก้ผง 20 กรัม
ไข่ไก่แช่เย็น 7 ฟอง
น้ำตาลทราย 260 กรัม
โอวาเล็ต 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 100 กรัม
เนยสดชนิดเค็มละลาย 150 กรัม
วิปบ์ครีมสำหรับแต่งหน้า
ช็อกโกแลตแต่งหน้า
วิธีทำ
- ร่อนแป้งสาลีทำเค้ก แป้งข้าวโพด ผงฟู เกลือป่น และโกโก้ผงเข้าด้วยกัน
- ตีไข่ไก่ กับส่วนผสมแปงที่ร่อนเตรียมไว้ น้ำตาลทราย โอวาเล็ต และน้ำ ความเร็วสูงสุก จนส่วนผสมขึ้นฟูข้น
- ลดความเร็วต่ำ เติมเนยละลาย ตีผสมจนเข้ากันดี เทใส่พิมพ์ 8 x 1 1/2 นิ้ว จำนวน 2 พิมพ์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 330 - 350 องศาฟาเรนไฮด์ นาน 20 - 25 นาที หรือจนสุก พักไว้จนเย็นสนิท
- เคลือบหน้าเค้กด้วยวิปบ์ครีม และแต่งข้างเค้กด้วยช็อกโกแลตไรซ์
- แต่งหน้าเค้กให้สวยอีกครั้งด้วยช็อกโกแลตแข็งละลาย ที่ทำเป็นใบ และดอกกุหลาบ

ชอคโกแลตโรล


ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 5 ฟอง แยกไข่แดงไข่ขาว ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
- น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
- แป้งเค้ก 1/3 ถ้วย
- ผงฟู 1/2 ชช.
- ผงโกโก้ ชนิดไม่หวาน 1/4 ถ้วย
- วิปปิ้งครีม 1 ถ้วย แช่เย็นๆ
- น้ำตาลไอซิ่ง 3-4 ชต.

วิธีทำ
- อุ่นเตาอบที่ 375 องศาฟาเรนไฮต์ รองพิมพ์ด้วยกระดาษไขไว้ พิมพ์นี่ก็แล้วแต่ขนาดนะคะ ตอนที่ทำได้เค้ก 1 ถาดใหญ่ กับอีก 1 ถาดเล็ก แต่ไม่เคยวัดขนาดถาดซักกะที
- ร่อนแป้งเค้ก+ผงโกโก้+ผงฟู+ผงโกโก้ เข้าด้วยกัน พักไว้
- ตีไข่แดง+น้ำตาลทรายให้ขึ้นฟูดี จากนั้นค่อยๆเติมส่วนแป้งลงไป ผสมให้เข้ากัน
- ตีไข่ขาวให้ตั้งยอดแข็ง แบ่ง 1/4 ของไข่ขาวที่ตีได้ แล้วนำไปผสมกับส่วนไข่แดง คนเบาๆให้เข้ากันดี จากนั้นจึงเติมไข่ขาวที่เหลือทั้งหมดลงไป คนตะล่อมพอให้เข้ากัน
- เทใส่พิมพ์ นำไปอบ ประมาณ 15 นาที สุกแล้วนำออกจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็นในพิมพ์ ประมาณ 5 นาที แล้วจึงแซะออกจากพิมพ์ ปาดด้วยไส้วิปปิ้งครีม และผลไม้ตามชอบ จากนั้นจึงม้วนให้แน่นและแช่ตู้เย็นไว้ 2-3 ชม.ก่อนตัด

Chocolate berry fudge


แค่ได้ยินคำว่า “ช็อกโกแลต” เป็นใครก็ต้องทำตาโต เพราะนี่คือแชมป์ของหวานที่คนทั่วโลกถวิลหาอยู่ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเอาไปทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น แล้วใครเล่าจะอดใจไหว

สูตรขนมคราวนี้พิเศษแบบง่ายๆ เพียงเติมแยมเบอร์รี่เป็นลูกเล่น ผสมกับช็อกโกแลตเข้มขม ที่กอดคอเข้าขาช่วยกันอร่อยได้อย่างประหลาด ที่สำคัญขนมหวานแก้วนี้ทำอย่างไรก็อร่อยและหน้าตาดูดีควรค่าแก่การให้เป็นของฝากเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนผสม (6 ที่)
• ดาร์กช็อกโกแลต 200 กรัม
• แยมผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ 1/4 ถ้วย (เช่น สตรอเบอรี่ ราสป์เบอร์รี่ )
• วิปปิ้งครีม 1/3 ถ้วย
• นมสดรสจืด 1/3 ถ้วย
• เหล้าบรั่นดี (ไม่ใส่ก็ได้) 2 ช้อนโต๊ะ
• คุกกี้รสนม 200 กรัม
• วิปปิ้งครีมและผลเบอร์รี่สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
1. บดคุกกี้ให้พอแหลก อย่าให้ป่นมากเพราะจะทำให้เนื้อแน่นไป ตักคุกกี้รองที่ก้นแก้ว พักไว้
2. หั่นช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงในหม้อที่วางบนน้ำร้อน ตุ๋นให้ละลายด้วยไฟอ่อน เมื่อละลายดีแล้ว เติมแยมสตรอเบอร์รี่ วิปปิ้งครีมและนมสด คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ยกลงจากเตาแล้วเติมเหล้าบรั่นดี คนพอเข้ากัน
3. เทช็อกโกแลตลงในแก้วที่ใส่คุกกี้เตรียมไว้จนเกือบเต็มแก้ว นำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเสิร์ฟให้บีบวิปปิ้งครีมและตกแต่งด้วยผลเบอร์รี่ตามชอบ
H&C Tips
- ควรใช้แก้วขนาดเล็กประมาณ 4-6 ออนซ์ อย่าใช้ใบใหญ่มากนัก เพราะขนมมีรสชาติเข้มข้น ควรเสิร์ฟในปริมาณน้อย
- ผลเบอร์รี่ที่ใช้ตกแต่งควรมีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยว จะช่วยตัดรสได้ดีขึ้น